วิธีรับมือกับหนี้สินแบบไม่เสียเครดิต

,
ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว มีคนตกงานจำนวนมากอย่างนี้ กำลังในการชำระหนี้แต่ละเดือนของหลายคนอาจแผ่วลง หากตอนนี้คุณกำลังประสบปัญหาหนี้ท่วมท้นและต้องการปลดหนี้ มีหลายวิธีที่ผ่อนหนักเป็นเบาและไม่ทำให้คุณเสียเครดิตประวัติการชำระเงิน

1. ปัญหา: รู้ไม่ทันกลวิธีการคิดดอกเบี้ย ปัจจุบันสถาบันการมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อต่อปีที่แตกต่างกัน และบางแห่งก็มีการตั้งเงื่อนไขโดยใช้คำที่แตกต่างกัน เช่น ค่าเบี้ยปรับ ค่าบริการของการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งเมื่อรวมกับดอกเบี้ยแล้วบางทีอัตราดอกเบี้ยก็สูงลิ่วจนน่าตกใจ วิธีการตรวจสอบว่าเราถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินหรือไม่ เช่น เมื่อไปกู้เงินมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตรา 0.35% ต่อเดือน บวกอัตราค่าธรรมเนียมอีก 2.5% ต่อเดือน เมื่อนำมารวมกันเป็น 2.85% ต่อเดือนแล้วคูณด้วย 12 ก็จะได้อัตราดอกเบี้ยต่อปีเป็น 34.20%

เคล็ดลับการเคลียร์: ควรหาวิธีรีไฟแนนซ์ โดยเปลี่ยนสถาบันการเงินที่ดอกเบี้ยถูกกว่า แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจน อย่ายอมเสียเปรียบแม้รู้ทั้งรู้ แล้วยอมเซ็นชื่อเชื่อทำสัญญา เพราะจะทำให้เกิดปัญหาบานปลายในภายหลัง หากแก้ไขปัญหาไม่ได้จริงๆ ลองปรึกษาหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางแก้ไข เช่น กรณีถูกเอาเปรียบด้านสัญญากู้ยืมเงิน สามารถร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โทร.1166

2. ปัญหา: เป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ด้วยเหตุที่การอนุมัติบัตรเครดิตค่อนข้างง่าย ประกอบกับขาดวินัยในการเงิน รูดเพลินจนหนี้บ้าน หนี้เก่ายังเคลียร์ไม่หมด ก็รูดบัตรใหม่เป็นหนี้เพิ่มอีก

เคล็ดลับการเคลียร์: อันดับแรกต้องทำรายการไว้ว่ามีบัตรเครดิตทั้งหมดกี่ใบ มีหนี้เท่าไหร่ ถ้าจะให้ดีที่สุด คือจ่ายเต็มจำนวนทุกครั้งในระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย แต่ถ้าชำระได้เพียงขั้นต่ำก็พอช่วยป้องกันไม่ให้ดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นควรชำระบัตรที่ดอกเบี้ยแพงให้มากที่สุด หนี้ที่เหลือก็ชำระขั้นต่ำไปก่อน เมื่อชำระบัตรดอกเบี้ยแพงครบแล้ว ก็มาทุ่มเคลียร์หนี้ที่เหลือ ขอแนะนำว่า ไม่ควรไปกู้ยืมเงินมาใช้หนี้ เพราะถ้าไม่มีวินัยการใช้เงินที่เหลือ คุณอาจนำวงเงินที่กู้ยืมมาไปใช้และอาจทำให้หนี้เพิ่มได้

ยิ่งตอนนี้สถาบันการเงินบางแห่งมีกลยุทธ์ทำให้ลูกค้าเป็นหนี้เพิ่มได้โดยแยบยล เช่น ทำบัตรเครดิต จะได้บัตรกดเงินสดพ่วงมาด้วย ซึ่งทำให้คนมีโอกาสเป็นหนี้ง่ายขึ้น ทางที่ดีควรใช้บัตรเพียงใบเดียวจะดีกว่า

3. ปัญหา: ไม่มีเงินชำระค่างวดสินเชื่อ คุณมีปัญหาการเงิน ทำให้ไม่อาจชำระหนี้ได้

เคล็ดลับการเคลียร์: เพื่อเป็นการรักษาเครดิตของคุณเอาไว้ ควรเข้าไปเจรจาผ่อนผันกับเจ้าหนี้เพื่อยืดหนี้ เช่น จากที่ต้องชำระ 24 งวด ก็ขอยืดระยะเวลาชำระเป็น 36 งวด เพื่อค่าผ่อนชำระต่องวดจะได้น้อยลง และจะได้ไม่ผิดนัดชำระหนี้ จนทำให้เสียประวัติทางการเงิน (Credit Bureau)
Read more

สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร

,
สินเชื่อส่วนบุคคลคือเงินกู้ยืมก้อนหนึ่งสำหรับคนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้มั่นคงและสม่ำเสมอ เช่น พนักงานประจำ ที่ทำการขอกู้ยืมโดยใช้ชื่อของตัวเอง ไม่ใช่ชื่อบริษัทห้างร้าน ไม่ใช่ชื่อองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเงินสดก้อนหนึ่งที่มอบให้แก่ผู้ขอสินเชื่อนำไปใช้จ่ายตามความต้องการ โดยผู้ขอสินเชื่อจะได้รับเงินจำนวนหนึ่งโอนเข้าบัญชีธนาคารของตนเอง สูงสุดประมาณ 5 เท่าของเงินเดือน โดยไม่ต้องมีบุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน

การให้สินเชื่อส่วนบุคคลของทางธนาคารเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ต้องการเงินสด เพื่อนำเงินดังกล่าวไปซื้อสินค้า ท่องเทียว จ่ายค่าการศึกษา หรือนำไปลงทุนทำธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่การนำไปชำระหนี้บัตรเครดิต ผู้ขอสินเชื่อจะต้องชำระเงินคืนธนาคารเป็นงวดๆเท่ากันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ เช่น ถ้ายืมเงิน 30,000 บาท ก็ต้องผ่อนเดือนละ 900 บาท เป็นเวลา 60 เดือน เป็นต้น

การที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อหรือไม่นั้น ธนาคารจะพิจารณาจากความสามารถของลูกค้าในการชำระคืน เช่น ถ้ามีเงินเดือนผ่านเกณฑ์ ประวัติการชำระดี และตำแหน่งหน้าที่การงานมั่นคง ก็จะมีผลทำให้การพิจารณาให้วงเงินกับผู้สมัครสินเชื่อบุคคลผ่านได้ง่ายมากขึ้น

ถ้าต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลเวลานี้ต้องทำอย่างไรบ้าง? แน่นอนเรื่องเอกสารประกอบการสมัครเป็นปัจจัยสำคัญ นั่นคือต้องมีสลิปเงินเดือนฉบับจริงที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และต้องมีสมุดบัญชีที่มีรายการฝากเงินเดือนเข้าไปอย่างน้อย 3 เดือน และให้แน่ใจว่าไม่ติดประวัติการชำระเงินในฐานข้อมูล เพียงเท่านี้โอกาสที่คุณจะได้รับอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
Read more

ข้อแนะนำในการใช้บัตรเครดิต

,
*****การมีบัตรเครดิตช่วยทำให้ชีวิตของคุณง่ายและสะดวกมากขึ้น แต่ในทางกลับกันหากคุณไม่มีวินับในการใช้จ่าย คุณอาจจะต้องชำระสินเชื่อบัตรเครดิตมากกว่าเงินที่คุณใช้จ่ายผ่านบัตรก็เป็นได้ เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์สูงสุด เรามีข้อแนะนำในการถือบัตรเครดิตดังนี้:

1. ให้ถือบัตรเครดิตจากสถาบันการเงินที่มีค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยต่ำที่สุด หรือมีไว้หลายธนาคารได้เพื่อสำรองไว้ในยามฉุกเฉิน แต่ควรเลือกใช้ใบที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด

2. ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันปกติตามความต้องการ เพียงแต่เปลี่ยนรายการใช้จ่ายจากเงินสดมาเป็นบัตรเครดิตแทน ไม่ควรใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากปกติเพราะเหตุผลเพียงว่ามีบัตรเครดิต แล้วใช้จ่ายอะไรก็ได้ ซึ่งความจริงคือเงินของเราที่จะต้องจ่ายคืนให้กับธนาคารในอนาคต

3. ควรจดจำรอบบัญชีบัตรเครดิตแต่ละใบให้แม่นเพราะผู้ถือบัตรจะได้ประโยชน์เรื่อง ระยะเวลาการจ่ายคืนสูงสุดถึง 15-55 วัน ขึ้นอยู่กับวันที่ใช้ เพราะถ้าผู้ถือบัตรใช้ช่วงต้นรอบบัญชีก็จะได้เครดิตนาน ถ้าใช้จ่ายช่วงปลายรอบบัญชีก็จะต้องจ่ายในรอบเวลาที่สั้นลง

4. หลีกเลี่ยงการใช้บริการรายการที่มีค่าธรรมเนียมเช่นการกดเงินสดฉุกเฉิน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการใช้ซื้อสินค้ามากเช่น ถ้าเบิก 5,000 บาทในรอบจะเสียค่าเบิกเงินสด ประมาณ 250 บาทบวกดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในรอบอีกตามอัตราที่ทางธนาคารกำหนด และจะส่งผลต่อประวัติการใช้ที่ไม่ค่อยดีนักในระยะยาว

5. จดจำวันที่จะต้องชำระเงินคืนธนาคารให้ได้เพราะรอบการจ่ายคืนจะใกล้เคียงกันทุกเดือน และรักษาเวลาในการชำระคืนให้ได้ ไม่ควรชำระล่าช้าเกินเวลาที่กำหนด เพราะจะส่งผลต่อประวัติการชำระไม่ดี และจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกมากในเรื่องค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้าและดอกเบี้ย
    เพียงแค่คุณมีวินัยในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต คุณก็สามารถมีความสุขและความสะดวกสบายจากการถือบัตรเครดิตได้ไม่ยาก แถมยังมีโอกาสได้รับของรางวัลจากโปรโมชั่นต่างๆที่จัดขึ้นเป็นประจำอีกด้วย  
    Read more